ซิกน่า
สอบถามผลิตภัณฑ์โทร 0-2099-3999
TH Thai
นอนไม่หลับ อย่าชะล่าใจ ควรรักษาให้หายก่อนโรคร้ายจะถามหา!

นอนไม่หลับ อย่าชะล่าใจ ควรรักษาให้หายก่อนโรคร้ายจะถามหา!

ถ้าลองคำนวณเวลาชีวิตกันเล่นๆ จะเห็นว่า ช่วงเวลา 1 ใน 3 ของแต่ละวัน คนเราหมดไปกับเรื่องของการนอน นั่นแสดงให้เห็นว่า การนอนเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตที่ไม่ควรละเลยหรือมองข้าม

แต่ถึงแม้จะเป็นพฤติกรรมที่แสนจะสำคัญ หลายคนกลับจัดให้การนอนหลับเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจในอันดับท้ายๆ จนทำให้เกิดปัญหาหนึ่งตามมานั่นก็คือ ปัญหานอนไม่หลับ (Insomnia) ที่ในปัจจุบันดูจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้หลายคนต้องใช้ยานอนหลับเข้าช่วย ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ตรงจุด แถมยังทำให้สุขภาพร่างกายเราทรุดโทรมลงได้อีกด้วย!

ในเมื่อเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อสุขภาพขนาดนี้ การจะปล่อยให้อาการนอนไม่หลับกัดกินพลังงานชีวิตต่อไปคงไม่ใช่หนทางที่ดี

ดังนั้น วันนี้มาลองหาสาเหตุกันดีกว่าว่า ปัญหานอนไม่หลับที่กำลังเผชิญกันอยู่ตอนนี้เกิดจากสาเหตุอะไร, หากนอนไม่หลับบ่อยๆ จะส่งผลเสียกับชีวิตคนเราอย่างไร และถ้าอยากจะแก้ไขจะต้องเริ่มต้นปรับพฤติกรรมอย่างไรบ้างถึงจะทำให้การนอนของเรามีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น


สาเหตุของอาการนอนไม่หลับ

เมื่อพูดถึงสาเหตุที่ทำให้คนเราเกิดอาการนอนไม่หลับ จะสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้

1. พฤติกรรม

ลองตรวจสอบกับตัวเองสักนิดว่า ปกติแล้วเราใช้ชีวิตกันในรูปแบบไหน?

เช่น นอนดึกตื่นสาย, แอบงีบตอนกลางวัน, ปาร์ตี้กันทุกๆ คืน, ตื่นขึ้นมาก็ต้องพึ่งการกินชาและกาแฟ, ไม่คิดแม้แต่จะออกกำลังกาย หรือพอถึงเวลาจะนอนจริงๆ แล้วก็ยังหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเล่น ฯลฯ

ถ้าทั้งหมดนี้คือพฤติกรรมที่ทำอยู่เป็นประจำก็ย่อมส่งผลกับนาฬิกาชีวิตที่เริ่มเดินไม่ตรงเวลา ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการนอนแบบหลับลึก (Deep sleep) มีจำนวนชั่วโมงที่น้อยลดลงตามมาได้ด้วย

2. จิตใจ

เคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า ‘จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว’ กันบ้างหรือเปล่า

สุภาษิตนี้เป็นข้อเท็จจริงที่สามารถนำมาอธิบายความเกี่ยวโยงของสภาพทางจิตใจกับอาการนอนไม่หลับได้ด้วยเช่นเดียวกัน

เพราะกว่า 70% ของคนที่มีสภาพจิตใจย่ำแย่ หรืออาจจะเป็นผู้ป่วยในโรคทางจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล เป็นต้น ส่วนใหญ่มักมีอาการนอนไม่หลับ เนื่องจากจิตใจและสมองไม่ได้อยู่ในความรู้สึกสงบมากพอที่จะทำให้นอนหลับได้นั่นเอง

3. สิ่งแวดล้อม

อีกตัวแปรหนึ่งที่หลายคนนึกไม่ถึงว่าจะส่งผลทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้ด้วย นั่นก็คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม

อย่างหลายคนที่เพิ่งแต่งงานใหม่ๆ อาจไม่เคยชินกับการนอนร่วมเตียงกับใคร หรือบางคนมีปัญหากับแสงไฟ หากในห้องมีรูมเมทที่ชอบเปิดไฟไว้ก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดอาการหลับก็ไม่สนิท โดยส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มคนที่นอนหลับอยู่ในช่วง Light sleep ที่มีอาการหลับๆ ตื่นๆ ซึ่งเป็นคุณภาพการนอนที่ไม่ดี และก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับในระยะยาวตามมา

4. อายุ

จากผลวิจัยทางการแพทย์ได้มีการระบุไว้ว่า เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ระยะเวลาการนอนโดยเฉลี่ยก็จะลดลงไปเรื่อยๆ ทำให้ผู้สูงวัยรู้สึกไม่สบายตัวและรู้สึกนอนไม่อิ่ม จนก่อให้เกิดอาการง่วงงุนอยู่ตลอดทั้งวัน แต่พอตกกลางคืนก็ยังต้องเผชิญหน้ากับอาการนอนไม่หลับหรือนอนได้ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งส่งผลให้ระบบร่างกายของคนสูงวัยแปรปรวนได้ง่าย

5. โรคภัย

โรคภัยไข้เจ็บหลายๆ โรคที่เป็นอยู่มักส่งผลต่ออาการนอนไม่หลับที่เกิดขึ้นด้วยเหมือนกัน เช่น โรคหอบหืด, โรคหัวใจวาย, โรคภูมิแพ้, โรคสมองเสื่อม, โรคพาร์กินสัน, โรคคอพอกเป็นพิษ เป็นต้น ซึ่งอาการนอนไม่หลับจะส่งผลให้โรคเหล่านี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นได้ด้วย


ผลเสียจากอาการนอนไม่หลับ

‘นอนไม่หลับ’ แม้จะเป็นอาการผิดปกติเล็กๆ ที่หลายคนแทบจะไม่ให้ความสำคัญ แต่ถ้าปล่อยให้เกิดการสะสมความอ่อนเพลียไปนานๆ ก็ย่อมส่งให้เกิดผลเสียต่อการใช้ชีวิตในหลายๆ ด้านได้เช่นกัน ซึ่งเราจะขอหยิบยกผลลัพธ์ของการนอนไม่เพียงพอติดต่อกันมาพูดถึงใน 3 เรื่อง ดังต่อไปนี้

1. คุณภาพชีวิต

หลายคนอาจจะคิดว่า แค่มีอาการนอนไม่หลับคงไม่ส่งผลเสียกับคุณภาพของชีวิตสักเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้วการพักผ่อนน้อยทำให้ประสิทธิภาพด้านการทำงานของร่างกายค่อยๆ เข้าสู่ภาวะถดถอยได้แบบไม่รู้ตัว
เช่น ทำให้รู้สึกไม่มีแรงทำให้ไม่อยากทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน, ถ้าเป็นวัยเรียนหรือวัยทำงานก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพด้านความจำ รวมถึงความสามารถในการตัดสินใจ หรือถ้าในกรณีร้ายแรงอาจทำให้เกิดอาการเหนื่อยและอ่อนเพลียในระหว่างการขับขี่รถ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดังนั้น หากรู้ตัวว่า เกิดอาการนอนไม่หลับก็อย่าชะล่าใจควรหาวิธีการรักษาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

2. สุขภาพร่างกายและจิตใจ

นอกจากคุณภาพชีวิตที่แย่ลงแล้ว อาการนอนไม่หลับยังส่งผลเสียในด้านสุขภาพร่างกาย โดยจะเริ่มต้นจากความรู้สึกอิดโรย อ่อนล้า เมื่อสะสมไปนานๆ จะนำไปสู่โรคเครียด วิตกกังวล และกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้ในที่สุด
ซึ่งจากการประเมินคุณภาพชีวิตแบบสั้น (SF-36) ของผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับสะสมเรื้อรังจะพบว่า คุณภาพชีวิตของผู้ที่นอนไม่หลับจะสูญเสียไปในขนาดที่เท่าเทียมกับผู้เป็นโรคเรื้อรัง เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว และส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในกลุ่มโรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคเบาหวาน, โรคภูมิต้านทานต่ำ, การทำงานของไตลดลง และทำให้แก่เร็วก่อนวัยอันควรอีกด้วย

3. ค่าใช้จ่าย

แน่นอนว่า เมื่อป่วยก็ย่อมต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา ซึ่งถ้าหากเราไม่ได้ทำประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตที่ครอบคลุมโรคต่างๆ ไว้ ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการรักษามักจะต้องเตรียมตัวไว้ล่วงหน้า เนื่องจากต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องและกินระยะเวลาพอสมควรกว่าจะหายขาดจากอาการนอนไม่หลับอย่างถาวร


นอนไม่หลับแบบนี้ แก้ไขได้อย่างไรบ้าง

เมื่อรู้ถึงข้อเสียขนาดนี้แล้ว คงถึงเวลาที่เราจะต้องหาวิธีการปรับปริมาณและคุณภาพด้านการนอนให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีเคล็บลับง่ายๆ ดังนี้

1. ปรับเวลาการนอน

หลายคนมีอาการนอนไม่หลับแบบเฉียบพลัน (นอนไม่หลับมาในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน) เนื่องจากพฤติกรรมการนอนที่ไม่เหมาะสม เช่น นอนไม่เป็นเวลา, นอนดึกเป็นประจำ, ชอบนอนตอนกลางวัน ฯลฯ คนกลุ่มนี้จะต้องเริ่มปรับสมดุลการนอนใหม่ ให้ร่างกายจดจำนาฬิกาชีวิตที่ส่งเสริมประสิทธิภาพด้านการนอนตอนกลางคืนได้ดี
อย่างการเลือกเวลาตื่นก่อนเวลาแปดโมงเช้าในทุกๆ วัน และปรับตัวให้นอนหลับสนิทได้ก่อนเที่ยงคืน โดยต้องทำเช่นนี้เป็นประจำจนกว่าจะแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับที่เกิดขึ้นได้แบบเห็นผล

2. การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอน

เริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการปรับเปลี่ยนกิจกรรมบางอย่างที่ชอบทำก่อนนอน เช่น การเล่นโทรศัพท์ การดูหนัง การอ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งการทำงานก็ห้ามนำมาทำบนเตียงนอนเด็ดขาด ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างบรรยากาศให้ร่างกายจดจำได้ว่า เตียงนอนมีไว้สำหรับการนอนหลับเท่านั้น

3. จัดสมดุลด้านอาหารการกิน

การรับประทานอาหารที่ถูกเวลาและถูกโภชนาการ ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะต้องหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนระหว่างวัน รวมถึงงดการรับประทานอาหารก่อนเข้านอน เพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมที่จะเข้าสู่โหมดการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ความเชื่อเกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอนจะช่วยทำให้หลับสบายยังเป็นความเชื่อที่ผิดถนัด เนื่องจากแอลกอฮอล์จะทำให้นอนหลับลึกไม่มากพอที่ร่างกายจะเกิดการผ่อนคลาย
แต่ถ้าหิวมากจริงๆ ก็สามารถทานน้ำเปล่าหรือนมอุ่นๆ แทนได้ เพราะการปล่อยให้หิวก็เป็นอุปสรรคหนึ่งของการนอนหลับด้วยเช่นเดียวกัน

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ใครๆ ก็คงทราบดีว่า การออกกำลังกายเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้นอนหลับได้ง่ายมากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าการออกกำลังกายในทุกช่วงเวลาจะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพการนอนหลับ
เพราะถ้าหากเผลอยึดเวลาใกล้เข้านอนเป็นช่วงเวลาออกกำลังกายเป็นประจำ แทนที่จะช่วยทำให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น กลับจะทำให้ร่างกายตื่นตัวจนไปรบกวนวงจรการนอนในตอนกลางคืน

ดังนั้น ช่วงเวลาออกกำลังกายที่ดีที่สุดจึงเป็นช่วงเวลาเช้าที่ร่างกายพร้อมจะเผาผลาญทั้งไขมัน และช่วยทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายในช่วงเวลากลางคืนได้เป็นอย่างดี

5. พบแพทย์เพื่อรับการรักษา

หากอาการนอนไม่หลับเกิดจากสาเหตุของโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคทางกายหรือโรคทางใจก็แล้วแต่ การที่จะทำให้อาการทั้งหมดหายขาดได้ควรเริ่มจากการเข้ารับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
สำหรับข้อดีในการเข้าพบแพทย์คือ ทีมแพทย์สามารถวินิจฉัยและออกแบบวิธีการรักษาที่เข้ากับชีวิตประจำวันของตัวผู้ป่วย ครอบครัว และสภาพแวดล้อมให้ได้แบบถูกต้อง และไม่จำเป็นต้องเสียเวลาทดลองรักษาอาการด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ ยังช่วยแก้อาการเสพติดยานอนหลับในกลุ่มผู้ป่วยบางประเภทที่ชอบซื้อยารับประทานเอง เนื่องจากทีมแพทย์จะจัดยาที่เหมาะสมกับอาการที่เกิดขึ้นได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในอนาคตอีกด้วย


สรุป

การนอนหลับให้เพียงพออาจเป็นเรื่องง่ายๆ ที่คนมากมายสามารถทำได้โดยไม่ต้องพยายาม แต่สำหรับหลายคนกลับต้องประสบปัญหานอนไม่หลับมาเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกทุกข์ทรมานทั้งจากโรคทางอารมณ์และโรคจากร่างกายแบบไม่รู้จบ

ถ้าเราไม่อยากตกอยู่ในอาการที่เป็นบ่อเกิดของโรคร้ายหลายๆ โรคเช่นนี้ ก็ต้องเริ่มต้นตรวจสอบตัวเองพร้อมทำตามวิธีรักษาที่เรานำมาฝากกันอย่างจริงจัง เพื่อให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนและนอนหลับได้อย่างมีความสุข

สำหรับวันนี้...ราตรีสวัสดิ์ :)

 

แผนประกันแนะนำ

ประกันการเดินทาง

แผนประกัน
การเดินทาง

"ซิกน่าประกันการเดินทางต่างประเทศ"
วางแผนเดินทางเลือกซิกน่าไปเป็นเพื่อน เดินทางใกล้หรือไกลอุ่นใจได้

ประกันอุบัติเหตุ

แผนประกัน
อุบัติเหตุ

"คุ้มครองทันใจ"
เจอเรื่องหนักแค่ไหน ซิกน่าก็ช่วยให้เบาลงได้

ประกันสุขภาพ

แผนประกันภัย
พิเศษสุดสุด

"ซื้อ 1 ดูแล 2"
แผนเดียวสำหรับคุณและคนพิเศษ